| Dong's profileDong's SpacePhotosBlogLists | Help |
|
May 17 Free like a bird...วันนี้กลับมาเรื่องปัจจุบันซะหน่อยละกัน.. ตอนนี้นอนอยู่บ้าน ลาออก ลาขาด สาเหตุก็มาจากพ่ายแพ้การปฎิวัติในออฟฟิส เลยต้องเผ่น แต่ไม่เปนไร ก้าวเล็กๆที่ผิดพลาดจะเปนก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ที่มองเห็นค่าของมัน ฮ่าๆๆๆ ...สบายตัวแร้ววว
ผมอ่านหนังสือเล่มนึงมันเขียนว่า "It is possible to have a a fabulous life working in any career, as long as you are in it for the right reasons, where you can be true to yourself, where it is not just another stepping stone towards happiness" ...คิดกันดีๆ เราอยู่ตรงไหน
เอาล่ะคิดออกยัง? อีกเล่มนึงมันว่า "If you want to know how your life is going to turn out, you have to know where you're heading" ...คิดกันดีๆ เราจะไปไหน
เอาล่ะคิดออกยัง? จะเดินไปไหนดี May 08 ตอนตะลุยเชียงดาว #3ต่อตอนที่แล้วคับ หลังจากลองเหล้าข้าวโพดไปก็จำไรไม่ได้อีกแล้วจนถึงยามเช้า ไม่รู้ว่าเหนื่อย หรือเมา ไอ้เน้ามันมาเล่าให้ฟังที่หลังว่า ไอ้เหล้าข้าวโพดเนี่ย เค้าว่ามันผสมยาฆ่าหญ้าด้วยหนามันเลยเมา ดูมันพาเพื่อนเครียด แต่เอาเหอะ ตื่นได้ก็โอแล้ว เหล่าสมาชิกล้างหน้าล้างตา เก็บข้าวของเดินทางต่อ วันนี้ทั้งวัน เน้นเดินๆๆๆ ก้มหน้า แล้วก็ก้าวยาวๆ วันที่สองนี่ละตัวดี ถ้าผ่านไปได้ก็เดินสบายแล้วเพราะแรงเริ่มอยู่ตัว วันนี้ผ่านจุดสำคัญสองจุดคือยอดปิระมิด กะ ดอยสามพี่น้อง
อันนี้ยอดปิระมิด เหนมะ มันเหลี่ยมๆ ตั้งๆ เหมือนปิระมิดดิ๊กเลย
อันนี้ดอยสามพี่น้อง สังเกตุมันมีสามยอดนาครับ ผมพยายามหาตำนานของดอยนี่ มันน่าจะมีซักเรื่องแต่หาไม่เจอวุ้ย ใครรู้ก็ช่วยหน่อยนะคับ
ความรู้ประกอบการอ่าน : เกี่ยวกะบรรดายอดเขาต่างๆ แถวนั้น ดอยเชียงดาวเป็นเทือกเขาหินปูนที่สูงสุดในประเทศไทย เกิดจากตะกอนทะเลและซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีหินปูนเป็นโครงสร้างมีอายุราว 250 ล้านปี และเกิดการยกตัวอย่างรุนแรงครั้งหลังสุดขึ้นเป็นเทือกเขาเมื่อราว 80 ล้านปีที่แล้ว
นอกจากนั้นยังเป็นเทือกเขาที่มีลักษณะเฉพาะ บริเวณโดยรอบเป็นหน้าผาชันที่เกิดจากการยกตัวและทรุดตัวของแผ่นดินสลับกันไป เมื่อมองจากด้านบนเห็นเป็นสันคมยาวต่อเนื่องรูปทรงเหมือนเกือกม้าหรือตัว U ตรงกลางเป็นหุบเขาแคบๆที่ถูกการกัดกร่อนจากน้ำฝนอย่างยาวนานจนเต็มไปด้วยเป็นหินโผล่และหลุมยุบ ประกอบด้วยยอดเขาทรงกรวยคว่ำที่มียอดแหลมโดดเด่นต่างๆดังนี้ ดอยหนอก 2,000 ม.(ปลายเกือกม้าด้านเหนือ)
อะจบตอนแระ จบมันง่ายๆเงี๊ยะแหละ เพราะคนเขียนจะไปเที่ยวแล้ว กลับมาค่อยว่ากัน ลั๊ลลา.... May 04 ตอนตะลุยเชียงดาว #2เอาล่ะคร้าบ กลับมาต่อตอนสอง หลังจากที่ก้มหน้ามองแต่เท้า เดินไป หอบไป นอนก็ไม่ค่อยพอ ทำให้เหล่าสมาชิกต้องกางเต็นตั้งกะตะวันยังอยู่บนหัว ไอ้เต๊นสีน้ำเงิน- ฟ้า อันนี้เปนของคู่บารมีกะพวกเรามานาน อันแรกที่รวมตังกันซื้อเลยนะเนี่ย จะเที่ยวก็คว้าไป เสร็จงานจับซุกตัวใครตัวมันทำให้สภาพมันอนาถใจพอตัว และด้วยขนาดของมันนึกภาพตัวควายๆ สี่คนนอนอัดกัน ไหล่ชนไหล่ เหลือที่ปลายเท้านิดหน่อยไว้วางของ ยกเว้นปลายเท้าไอ้จีเพราะมันชนเต็นทั้งหัวทั้งเท้าเลย ถ้าใครนอนติดเต๊นละก็ ตอนใกล้รุ่งจะเกิดอาการชีวิตพัง แถวหน้าต่างน้ำค้างลงจับผนังเต็นหนาวจับใจ
รูปนี้ถ่ายเปนที่ระลึกเนื่องในโอกาสกางเต็นสำเร็จแล้วไม่มีอะไรทำนะคร้าบบ ซ้ายสุดผมเอง โอวว สมัยหัวยังไม่ล้าน ดีจังวุ้ย ถัดมาคือไอ้เชา.. ขอให้สังเกตุตอนนั้นใส่แว่นหมดทุกคนเปนสี่แว่นหน้าตาโคตรเด็กเรียน เด๋วนี้ไอ้เชามันไม่ใส่แล้วมันกล่าวว่า "เฮอะ.. ในเมื่อผมมองเห็นจะใส่ไปใย ที่สำคัญ ผมไม่ใส่หล่อกว่า! เพื่อนๆ อั้นขำแทบชัก เพราะมันขับรถให้อยู่" ต่อไปไอ้เน้ารายนี้ยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ต่างจากตอนนี้เลย ฮาๆ แล้วก็ไอ้จีขานี้เหมือนเดิมจิงๆ ยกเว้นแต่เพิ่มเคราขึ้นมาพอหรอมแหรม มันว่า "อยากแก่เว้ยยยยย ดูเด็กๆ คนอื่นไม่เชื่อถือ" ไม่รู้มันจารีบแก่ไปไหม ของงี้เด๋วมันก็มา มิต้องเรียกหา เข้าเรื่องเราต่อพอกางเต็นเสร็จนั่งๆ นอนๆ พอหายมีแรงก็เริ่มเดินสำรวจพื้นที่ต่างคนต่างเดิน พอกลับมาเท่านั้นแหละเราก็เจอไอ้นี่เข้า...
ดูจากรูปแล้วน่าจะเปนคนป่าเผ่าที่ชอบพรางตูดด้วยกิ่งไม้แอบมานอนหลบแดด ฮา... คนล้มห้ามข้าม คนหลับห้ามกวน เลยปล่อยมันนอนตามสบาย แต่สาบานได้ว่าลูกมันจะต้องได้ดูรูปนี้ โอก๊อดดด พ่อตู ทำไรฟะเนี่ยยยยย... ประมาณนั้น ว๊าพานอกเรื่องอีกแระ หลังจากปลุกไอ้คนป่าในเต๊นตื่นก็ได้เวลาทำอาหารเย็น ยังดีที่มีพี่คนนำทางช่วยทำ ไม่งั้นคงได้กินตามมีตามเกิด พวกเราก็วิ่งเก็บฝืนแล้วก็นั่งตาปิ๊งๆ รอเค้าทำให้ ซาบายจายย คืนนั้นได้ลองทีเด็ดด้วย เปนเหล้าข้าวโพดหมักแบบชาวบ้าน หอมมากก เหมือนนั่งแทะข้าวโพดแล้วเมาแอ๋ ทริปนั้นไอ้จีแบก red ขวดแก้วไป กินไปกินมา พี่แบก red ผมหน่อยละกันนะ เด๋วผมแบกเหล้าข้าวโพดให้พี่เอง ฮาาา... April 26 เปิดเรื่องภาคผจญภัยวัยหนุ่มเนื่องจากวันนี้อารมณ์สุนทรีอย่างยิ่ง หลังจากนั่งเฉาเปนผักกาดดองเค็มมาหลายเดือน... ได้ฤกษ์เปิดเรื่องซะที ตอนแรกก็จะเท้าความไปยังอดีตแสนนนไกล ตั้งชื่อว่า ภาคผจญภัยวัยหนุ่ม.. ตอนตะลุยเชียงดาว ละกันนะคร้าบบ ชุดนี้เป็นภาพที่เก่าที่สุดเท่าที่ขุดมาได้ ปี 1999... เมื่อ 8 ปีก่อน! เก่ากว่านี้ก็จะเปนทริปสุโขทัย ทีลอซู ทริปตะรุเตา ทริปภูแว ถ้าขุดเจอจะเอามาให้ดูละกัน
อย่างแรกขอใช้สิทธิ์พาดพิง.. ภาพชุดนี้เป็นฝีมือของไอ้เน้าคับ สมัยนั้นกล้องดิจิตอลเปนสิ่งเหนือจินตนาการ ดังนั้นกล้อง manual รุ่นคุณพ่อยังหนุ่มของไอ้เน้าจึงกลายเปนสมบัติล้ำค่า ภาพไหนสวยก็ชมมันหน่อยละกันนะคร้าบ
ความรู้ประกอบการอ่าน: เป็นภูเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศด้วยความสูง 2,220 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพเป็นยอดเขาสูงตั้งอยู่อย่างโดดเด่นด้านทิศตะวันออกติดกับทุ่งนาทางด้านทิศอื่นติดกับเทือกเขาที่ไม่สูงนัก บนเทือกเขาประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอดที่สูงที่สุดคือยอดดอยหลวงเชียงดาวรองลงมาคือยอดปิรามิด,ดอยสามพี่น้อง,ดอยเหนือและยอดอื่นๆอีกหลายยอดที่ มีความสูงลดหลั่นกันไปซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนเทือกดอยเชียงดาวระหว่างยอดเขาต่างๆนั้นมีที่ราบกระจายตัวอยู่ทั่วไปซึ่งเรียกว่าอ่างสลุงซึ่งเป็นที่ราบ เหมือนท้องกระทะ สภาพป่าบนเทือกเขามีลักษณะเป็นป่าดิบเขากระจายตัวอยู่ทั่วไปในหุบเขาซึ่งเป็นที่อาศัยของนกจำนวนมาก
อะ เข้าเรื่องซะที ทริปนี้สมาชิกสี่นาย ผม ไอ้เน้า ไอ้เชา ไอ้จี ไปกัน 4 วัน 3 คืน คนนำทาง 1 ลูกหาบ 1 ออกเดินทางคืนวันที่ 28 ธค 2542 รถทัวร์กรุงเทพเชียงใหม่ ตามธรรมดาของการนั่งรถทัวร์คับ มันหลับยาก แถมหลับไม่สนิท ถ้ามีคนเคลิ้มๆ ก็จะมีมารจากด้านข้างไม่ก็ด้านหลังคอยสะกิด แกทิ้งเพื่อนให้ตื่นได้ยังงายยย... กว่าจะหลับได้ก็ราวเที่ยงคืน ตื่มมาตีห้า รถถึงที่หมาย จำไม่ได้ว่าลงตรงไหน เพราะว่ามันยังไม่ถึงตัวเมืองเลย ประมาณว่าเปนบ้านของคนนำทาง เดินสะลึมสะลือกันลงมา พอพ้นประตูเท่านั้นแล ไอ้สี่คนนี่ร้องเจี๊ยก คว้ากะเป๋าวิ่งปรี๊ดเข้าบาเค้า
ไปเลย บนรถทัวร์มันก็เย็นๆ มีผ้าห่มสบายยย ลงมาเจอ อากาศระดับ 4-5 องศา หายง่วงเปนปลิดทิ้ง ถ้าจำไม่ผิดปีนั้นมีแม่คะนิ้งด้วย ลงมาแข่งกันใส่เสื้อ หนาวจะตายชัก พอเช้าได้ที่หาไรกินเสร็จสรรพ ก็ออกเดินทางขึ้นปิคอัพ จำได้ว่าใช้ทางขึ้นสายเด่นหญ้าขัด แล้วก็ลงด้านบ้านถ้ำ รูปแรกเปิดกล้องเลย ถ่ายยอดไรซักยอดนี่แหละ นั่งหลังกะบะเลยลองกล้องกันซะหน่อย ถึงที่ปั๊บเตรียมลงเดินก็เจอกะพี่ลูกหาบ แกเปนคนที่น่าสงสารที่สุดในทริปเลย เพราะเราเอะอะก็กินข้าวในกะเป๋าตัวเอง น้ำก็เอาของตัวเองกินก่อน... มันหนักน่อ เล่นแบกไปคนละขวดลิตรครึ่ง กว่าจะใช้ที่พี่แกหาบมาปาไปวันที่สาม พูดเรื่องน้ำนิด น้ำกิน น้ำใช้ แบกเอง ห้องน้ำก็มุดป่าเอา อาบน้ำนี่ฝันเลย แต่ซกมกเหมือนกันหมด เลยไม่แตกต่าง ฮ่าๆๆ เดินไปหน่อยก็เจอต้นนางพยาเสือโคร่งหรือ เค้าเรียกซากุระเมืองไทย งามอย่างยิ่ง ทางเดินช่วงแรกก็เปนประมาณป่าหญ้า ขึ้นลงเขาไม่ชันอะไรมาก แต่เดินวันแรก แรงยังไม่มา ผลคือหอบซี่โครงบานถ้วนหน้า นึกได้อีกอย่าง สมัยนั้นไอ้เชามันฟิตมากกกก เรียกว่าเปนฮีโร่ของปวงประชาผม ไอ้เน้า ไอ้จีแบกน้ำคนละขวด ไอ้เชาขอสองงงง สุดยอดเล๊ยยพ่อหนุ่ม
เด๋วมาต่อคร้าบบ ขอพักก่อน... มีไรเสริมก็ตามสบายเน้อ เผื่อลืมๆ
รูปปิดทริป นึกออกแระ มันคือยอดเชียงดาวที่เราจะขึ้นกันนั่นเองงงงง ดอกนางพญาเสือโคร่ง นางพญาเสือโคร่งในหุบเขา งามมมม เดินๆๆๆ แล้วก็เดิน ...ถ่ายตอนอู้ข้างทาง April 24 วาระแห่งการเลียนแบบคนดัง...ก็ด้วยเหตุที่ว่าช่วงนี้ใครๆก็เขียน blog เริ่มจากไอ้เน้า อยู่ๆก็คึกอยากเขียนซะงั้น ไม่นานของก็เเข้าไอ้เชาอีกคน เลยพาเพ้อไปด้วยกันเลย ตามมาด้วยไอ้จี เนื่องจากมันรำพันเรื่องความหลังครั้งไปเที่ยวออสเตรเลียมากซักพักแล้ว แถมล่าสุดไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินมา รายนี้ไม่เขียนไรเลย up รูปอย่างเดียว ประมาณว่าไว้สำหรับรำลึกความหลัง
ข้าพเจ้าจึงมิอาจต้านกระแสได้ ก็เลยต้องเลยแบบคนดังกะเค้ามั่ง คิดตั้งนานว่าจะเอาไรใส่ดี จาไปนั่งรายงานชีวิตประจำวันให้คนทั้งโลกอ่านก็เพ้อเจ้อไปหน่อย.. ไม่ดีอย่างยิ่ง นึกขึ้นได้ว่าตั้งใจจะเขียนเรื่องไปเที่ยวเก็บไว้อ่านแก้เซ็งมาปีกว่าแล้วไม่ได้เริ่มซะที เลยกะว่าจะหารูปมาแปะแล้วก็เล่านิทานประกอบภาพกันดีก่า แถมมีที่ให้เผาเพื่อนอีกต่างหาก เผื่อวันหลังดังขึ้นมาจะได้รวมเล่มขายฮาๆ |
|
|